พลังแห่งเครือข่ายร้านยาแผนโบราณย่านเยาวราช รวมกันเราอยู่ แยกกันก้อไม่รอดแบบโชห่วย

ธุรกิจร้านค้าปลีกในประเทศไทย เริ่มจากร้านโชห่วยเล็กๆ และแตกแขนงรูปแบบสินค้าไปจากของกินของใช้ ที่เจาะลึกลงไปก้อจะพัฒนาไปเป็นร้านยา หรือที่เรารุ้จักกันดีในรูปร้านยาแผนโบราณ แต่ทุกวันนี้ ร้านค้าปลีกขนาดเล็กๆเหล่านี้ ถ้าเป็นร้านโชห่วย ก้อแทบจะไม่เหลือกลายไปเป็นร้านเครือข่ายทันสมัยกันหมดแล้ว แล้วร้านยาหล่ะ มีแนวโน้มจะเป้นอย่างไร ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เรามีบทเรียนจากอดีตว่าทำไม ร้านยาแผนโบราณย่านเยาวราช ถึงทุกวันนี้ก้อยังอยู่ได้ และปรับตัวตอบสนองต่อตลาดที่เปลี่ยนไปได้ดี ร้านเหล่านี้เค้ามีสิ่งหนึงที่เรียกว่าพลังแห่งการรวมตัวเพื่อเป็นเครือข่ายร้านยาที่ช่วยเหลือ ดูแลกันทั้งในการสร้างความสัมพันธ์สังคมประจำวัน ไปจนถึงอุดหนุนกันเอง เพื่อสร้างวงจร logistic สร้เพิ่มพลังต่อรองกับคู่แข่งใหม่ๆและเกื้อหนุนกัน มาจนถึงทุกวันนี้ อาแป๊ะ อาม่า ของเราทำได้อย่างไร นั่ง time machine ของเรา ตามมาครับ

วงจรชีวิตของโชห่วย..ไม่รวมกัน ไม่พัฒนา มีแต่โดนยักษ์ใหญ่กินตาย

 Small Retailer หรือร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หรือเรียกกันติดปากว่า “ร้านโชห่วย” เป็นรูปแบบร้านค้าปลีก แบบดั้งเดิมที่บริหารงานโดยเจ้าของคนเดียว     ใช้พื้นที่น้อย     ขายสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน      หากไม่มีการพัฒนารูปแบบการจัดการ   ถึงวันนี้ แม้ร้านเหล่านี้จะเหลืออยู่บ้าง แต่ความนิยมของผู้บริโภคต่อร้านค้าประเภทนี้ลดน้อยลงๆ  

สาเหตุก้อเพราะ ค้าปลีกมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากรูปแบบร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมเป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade)   จากร้านค้าปลีกขนาดเล็กเป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่    จากร้านค้าปลีกร้านเดียว    เป็นร้านค้าปลีกเครือข่าย (Chain Store Retailing)     และจากร้านค้าปลีกที่เป็นของคนไทยบริหารโดยคนไทย    เป็นร้านค้าปลีกที่มีเจ้าของและผู้บริหารเป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งสิ้น ในภาพความเป็นจริงที่เราต่างรู้กันดี ไม่พัฒนา ไม่รวมกัน ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค รังแต่จะโดนค้าปลีกเครือข่ายยักษ์ไทยและต่างชาติมากลืนกินทั้งนั้น
        
วงสัมพันธ์ทางการค้า ร้านขายยาแผนโบราณย่านเยาวราช”

ลองกลับไปในอดีตของร้านขายยาจีนที่ปรับเป็นทั้งยาแผนปัจจุบันและสมุนไพรจีนย่านเยาวราช ที่ยังคงใช้สายสัมพันธ์ของคนขายยาจีนด้วยกันเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จากความสัมพันธ์ในการกินเลี้ยงวงแชร์ รูปแบบการค้าขายแบบเก่าแก่ของคนจีนย่านเยาวราช

คนรุ่นอากงอาม่าที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังสยาม เรื่องราวของการใช้ยาจีน ยาต้ม ยาตุ๋น ยาอม ยาดม ขนานต่างๆ ก็มาพร้อมกับหมอชาวจีน ที่จัดเครื่องยาสมุนไพรจีนตามอาการและความต้องการของผู้ใช้ยา

จนเกิดกิจการร้านขายยาแผนโบราณแบบจีนขึ้นมากมาย ขยายเป็นกิจการที่เชื่อมความสัมพันธ์ในกลุ่มชาวจีนสยามย่านเยาวราช

ช่วงเวลาผ่านไป รุ่นลูกก็สืบสานกิจการการค้ายาสมุนไพรแบบจีนที่ขยายการบริโภคอย่างแพร่หลายในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนจีน คนไทย บุคคลทั่วไปที่นิยมจิบน้ำสมุนไพร เช่น น้ำจับเลี้ยง น้ำหล่อฮั้งก้วย ผสมผสานกับน้ำสมุนไพรไทยในยุคนั้นก็ว่าได้ เช่น น้ำใบเตย น้ำลอยดอกมะลิ ที่ในครัวเรือนไทยก็มักนิยมจัดไว้ดื่มและรับแขกเมื่อครั้นมีแขกบ้านแขกเรือนแวะเวียนมาเที่ยวบ้าน

ตลาดร้านยาจีนในอดีต โตได้จากการปรับตัวและสร้างเครือข่าย

ต่อมาในรุ่นลูก ในช่วงพัฒนาการการขยายตัวที่นิยมชมชอบการใช้ยาสมุนไพรจีนนั้น ส่งผลต่อความรุ่งเรืองทางการค้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วของร้านขายยาแผนจีนโบราณย่านเยาวราช จึงก่อเกิดวงน้ำชาสนทนาเจรจาความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้ค้าขายยาสมุนไพร รวมกันยกระดับการค้าแบบร่วมกันลงทุนสั่งสินค้าครั้งละจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนการสั่งรายย่อย จากความสัมพันธ์พัฒนาเป็น “วงโต๊ะแชร์” ที่นัดหมายหารือและพบปะสังสรรค์กันทุกเดือนเพื่อหารือแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดและแนวทางการค้าใหม่ๆ ผ่านวงสนทนา

โต๊ะแชร์คือการกินข้าวกัน ลงขันกัน ลงทุนทางการเงินร่วมกันเพื่อขยายกิจการทางการค้า อีกทั้งยังฝากดูแลกิจการซึ่งกันและกันในกลุ่มเพื่อนชาวจีนสยามที่ไม่ว่าจะเป็นกิจการเล็กหรือกิจการใหญ่ ก็อาศัยความเป็นพี่น้องที่รุ่นอากงอาม่าได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเมื่อครั้งเข้ามาทำงานการค้าการขายแต่ก่อนนั้น

วงโต๊ะแชร์เป็นวงนั่งสนทนาโต๊ะกลม หรือเรียกว่าโต๊ะจีนที่ติดปากกันมาจนปัจจุบันนั้น ถือว่าเป็นวงคุยที่ผู้นั่งทุกคนอยู่ในมุมที่ไม่มีใครเป็นศูนย์กลาง บรรยากาศจึงมีความเป็นกันเองและดูสบายๆ ใกล้ชิดกันมากกว่าการใช้โต๊ะเหลี่ยม

ทุกวันนี้ ร้านยาจีนเป็นอย่างไร?

มาถึงรุ่นหลาน การสืบทอดกิจการในยุคที่สังคมเริ่มเปลี่ยนและการแพทย์สมัยใหม่รุกคืบ การดูแลและการรักษาสุขภาพแบบฝรั่งก็ขยายตัวในเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กิจการร้านขายยาแผนโบราณซบเซาลง จะเหลือก็แต่ลูกค้าเก่าๆ ที่เป็นคนจีนและคนทั่วไปที่นิยมใช้ยาสมุนไพรจีนและต้มยาบำรุงกินเอง ช่วงเวลานั้นหมอจีนเองก็ลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด

เจ้าของร้านขายยา “จิงหน่ำเฮง” ย่านถนนเจริญกรุงที่รุ่นหลานดูแลและบริหารกิจการแทนรุ่นพ่อรุ่นแม่นั้น กล่าวว่า  “ตนเองจบมาทางด้านเภสัชกร แต่พอแต่งงานออกจากบ้านมาอยู่กับสามีก็มาช่วยดูแลกิจการต่อ ใช้ความรู้ทางเภสัชกรในการขายยาแผนปัจจุบันมากกว่า ซึ่งก็เปิดพื้นที่อีกมุมหนึ่งของร้านเดิมเพื่อบริการลูกค้าที่ใช้ยาแผนปัจจุบัน ส่วนยาจีนทางป๊าและม้า (พ่อ-แม่) จะยังคงดูแลอยู่ ซึ่งตนเองก็เรียนรู้และฝึกจากทั้งสองท่านเอง และจะรู้ว่ายาจีนชนิดไหนใช้ยังไง หรือจัดยาจีนตามใบสั่งของหมอจีนที่เขียนใบสั่งยามาให้ทางร้านจัดมากกว่า เพราะอ่านพอได้ แต่เขียนได้บางคำ”

ช่วงเวลาผ่านไปกระแสการหวนหาการแพทย์ทางเลือกก็กลับมาอีกครั้ง จนเกิดการส่งเสริมการเรียนการสอนและเปิดหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกขึ้นอีกครั้ง ร้านขายยาก็ต้องปรับตัวตามจังหวะของสังคม แต่ทั้งนี้ความสัมพันธ์ของ “วงโต๊ะแชร์” แม้ยังคงรักษาความเป็นเครือข่ายกันอยู่สำหรับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่รุ่นลูกก็แทบไม่มีความสัมพันธ์แบบนี้มากนัก นอกจากการบอกกล่าวฝากฝังในวงโต๊ะแชร์จากรุ่นพ่อรุ่นแม่ให้รับรู้ดังนี้ 

“ลูกหลานเราต้องรู้จักกันและดูแลกัน ช่วยกันค้าขายมีอะไรก็เกื้อกูลกันไป เกาะกลุ่มกันไว้ อย่าทิ้งกัน ใครมีทุนเยอะก็ลงทุนเยอะ ใครมีน้อยก็ลงทุนน้อย แบ่งกันไปค้าขาย อันไหนไม่มี อันไหนหมด ก็แบ่งกันไป” 

ภายในร้านขายยาจีนที่ปรับเป็นทั้งยาแผนปัจจุบันและสมุนไพรจีนย่านเยาวราช ที่ยังคงใช้สายสัมพันธ์ของคนขายยาจีนด้วยกันเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จากความสัมพันธ์ในการกินเลี้ยงวงแชร์ รูปแบบการค้าขายแบบเก่าแก่ของคนจีนย่านเยาวราช

อนาคตของร้านยาแผนจีน จะเป็นอย่างไร? 

ปัจจุบันถึงแม้การตอบรับการใช้ยาแผนโบราณจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง แต่ด้วยการขยายความเจริญของเมืองหลวงขยับขยายออกไปนอกเมืองมากขึ้น กลุ่มร้านขายยาย่านเยาวราชก็ยังคงรักษาพื้นที่ในการขายยาจีน เพื่อบริการลูกค้าเก่าๆที่ไปมาหาสู่กันอย่างต่อเนื่องเพราะหากร้านนี้ขาดของ ขาดชนิดยาขนานใดก็สามารถไปหยิบยืมตามหาให้กับลูกค้าได้ในทันที เพราะความเป็นย่านร้านขายยาจีนโบราณ

รุ่นเหลน ความเชื่อแห่งโลกอนาคตเป็นแรงขับดันให้ลูกหลานชาวจีนกิจการร้านขายยาถึงเวลาห่างเหินต่อกิจการที่ต้องสืบทอดแล้ว จากปัจจัยทางการศึกษาของสังคมในยุคปัจจุบันที่เร่งและเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของรุ่นเหลนยากที่จะเข้าใกล้ในอาชีพของต้นตระกูล และด้วยสภาวะการจราจรที่หนาแน่นก็ซ้ำยืดเวลาให้ห่างออก ทำให้ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์น้อยลงไป รุ่นเหลนจะเข้าร่วมวงสนทนาหรือไปรู้จักกลุ่มลูกหลานในเครือกิจการร้านขายยาก็แทบไม่มีโอกาส “วงโต๊ะแชร์” จึงคงเหลือแต่เพียงผู้สูงอายุและรุ่นลูกที่พอจะเกาะกลุ่มกันได้บ้าง

เจ้าของร้านขายยาแห่งหนึ่งกล่าวว่า “ลูกๆไม่มีใครเดินรอยตามเลย แค่ไปโรงเรียนเดินทางไปกลับก็หมดแรงแล้ว จะไปวงโต๊ะแชร์กับอาม่าก็ไม่ไป เค้าบอกเหนื่อยบ้าง การบ้านเยอะบ้าง ต้องไปทำรายงานกับเพื่อนบ้าง เรียนพิเศษบ้าง คงหมดแล้วละ

“ส่วนร้านขายยาก็ขายไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้จะย้ายไปขายที่ไหน ร้านนี้อยู่ที่นี่มานานแล้ว ลูกค้าก็รู้จักว่าอยู่ตรงนี้ จะให้ย้ายไปที่อื่นก็ไม่รู้ว่าจะขายได้ไหม ลูกค้าจะตามไปไหม แล้วถ้าลูกค้ามาแล้วที่ร้านไม่มีของที่เขาต้องการเราก็ต้องวิ่งไปหาให้ซึ่งก็ลำบากมาก

ในขณะที่ร้านขายยานี้เช่าที่ของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ค่าเช่าก็แพงขึ้นทุกวัน ไม่รู้ว่าจะได้ขายและรักษาพื้นที่นี้ได้อีกนานเท่าใด ถึงวันนั้นของที่สต๊อกอยู่ก็คงเอาออกมาขายให้หมดแล้วก็ส่งเด็กๆ ได้เรียนให้สูงๆ ต่อไป”

โต๊ะแชร์ วงสนทนาที่หยุดเวลาเพื่อรักษามิตรภาพของความสัมพันธ์ในกลุ่มเสมือนเครือญาติที่ผูกพันทางการค้ามาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่นยังคงอยู่ในกลุ่มคนรุ่นสูงอายุเมื่อทุกคนใช้ชีวิตเร็วขึ้น ขั้นตอนและรายละเอียดแห่งความผูกพันลดน้อยลงและคำว่า “วงโต๊ะแชร์” ในความหมายปัจจุบันเปลี่ยนไปในทางแต่เอาความสนุกเพียงข้ามราตรีของการดื่มกินเที่ยวที่ไร้ความสัมพันธ์ทางการค้า การดูแลกันเฉกเช่นวงโต๊ะแชร์ในอดีต

มาถึงพวกเราร้านยาในปัจจุบันเราจะเรียนรู้ อย่างไรจากอดีต เพื่อเสริมสร้างจุดแข็งให้เป็นพลังของร้านยาที่เป็นมรดกจากอาก๋ง อาม่าของพวกเรา หรือจะต่างคนต่างอยู่ ไม่พัฒนา ไม่รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อสร้างเป็นร้านยาแห่งอนาคตเพื่อลูกหลานของเราต่อไปเช่นเดียวกัน

 แหล่งข้อมูลและรูปประกอบ

พระนครบันทึก :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๙๖ (ตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๕๕)


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s