วิตามินและอาหารเสริมโตรับไลฟ์สไตล์คนเมือง

ผู้อ่านหลายท่านคงเห็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดของสินค้าประเภทบำรุงสุขภาพทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของอาหารเสริมแบบน้ำสำหรับดื่มหรือแบบเม็ด รวมไปถึงวิตามินชนิดต่างๆ ซึ่งมีการโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ได้รู้จัก และทดลองบริโภคกันอย่างมากในช่วงปีที่แล้ว

พอมาถึงในปี 2013 ตลาดนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative เลยลองมาเจาะดูเกี่ยวกับสินค้าวิตามิน และอาหารเสริมว่าอะไรคือ ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดนี้ยังคงคึกคัก รวมไปถึงทิศทางของเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเข้ามาในอุตสาหกรรมเป็นอย่างไรบ้าง
สาเหตุหลักที่ทำให้สินค้าประเภทนี้เข้ามาอยู่ในใจของผู้บริโภคได้ไม่ยากนัก ก็น่าจะเป็นเพราะวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของคนไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและเขตหัวเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ

ถ้าเราดูที่ทัศนคติที่เกี่ยวกับสุขภาพที่เปลี่ยนไปของคนไทยที่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และเขตหัวเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ จากปี 2012 ที่ผ่านมาจะเห็นว่าจำนวนคนที่ตอบว่าตัวเองมักดูแลสุขภาพเสมอๆ มีน้อยลงจาก 81% ในปี 2012 ลดลงเหลือเพียง 76% ในปี 2013 ส่วนคนที่พึ่งพาอาหารเพื่อสุขภาพเองก็ลดน้อยลงเล็กน้อยเพียง 1.4% จาก 77.5% มาเป็น 75.9%  ส่วนที่มีจำนวนลดลงมากก็คือ คนที่ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งจากที่มีอยู่ถึง 45% ลดลงเหลือเพียง 38% ในปีนี้ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลจากสภาพสังคม และเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเขตเมืองต้องแข่งขันกันอย่างสูง สภาพการจราจรที่ติดขัดก็ทำให้ไม่มีเวลาที่จะไปออกกำลังกายหรือดูแลสุขภาพของตนเอง สิ่งเหล่านี้ก็น่าจะเป็นปัจจัยหลักๆ นอกจากนี้การที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วก็ทำให้คนส่วนใหญ่มีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ผู้อ่านหลายท่านอาจจะลองสังเกตตัวเองหรือคนรอบข้างดูก็ได้ว่าเรามักจะมีความอดทนที่ลดน้อยลง รวมไปถึงพยายามหาทางลัดหรือทำอย่างไรก็ได้ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่อยากได้ในเวลาที่สั้นที่สุด นี่ก็อาจจะเป็นอีกส่วนที่ทำให้สินค้าประเภทวิตามิน และอาหารเสริมสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เมื่อคนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ก็ต้องหาทางลัดหรือตัวช่วยที่จะมาตอบโจทย์เรื่องเวลาที่ดีที่สุด

สำหรับการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาของวิตามิน และอาหารเสริมในปี 2012 ที่ผ่านมารวมทั้งปีแล้วมีการใช้จ่ายอยู่ 3,251 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากในปี 2011 ถึง 16% ส่วนในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมของปี 2013 มียอดการใช้งบโฆษณาไปแล้วถึง 2,398 ล้านบาท หรือโตขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตขึ้นอย่างมากคือ กลุ่มวิตามิน และอาหารเสริมสำหรับความงามจำพวกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยเพื่อความงาม ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 80% ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างซุปไก่สกัดเองก็ยังมีการเติบโตในด้านเม็ดเงินโฆษณามากขึ้นเพียงเล็กน้อยในช่วง 8 เดือนแรก อาจเป็นเพราะมีการแบ่งงบโฆษณาบางส่วนไปใช้ในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในเครือแทน ส่วนในกลุ่มวิตามิน และอาหารเสริมเพื่อสุขภาพทั่วไปก็มีการเติบโตในด้านโฆษณาสูงขึ้น 33% จากผู้เล่นรายใหญ่ๆ 2-3 รายที่อยู่ในกลุ่มนี้
ถ้าเราลองดูแนวโน้มที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นด้านทัศนคติที่เกี่ยวกับสุขภาพของคนไทยในเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ก็น่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ตลาดวิตามิน และอาหารเสริมยังคงเติบโตขึ้นไปได้อีกเรื่อยๆ ส่วนบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็คงมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องสุขภาพของคนได้มากขึ้นออกมากระตุ้นให้ตลาดตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็น่าจะทำให้เราได้เห็นการแข่งขันกันที่ดุเดือดมากกว่าที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันอีกเป็นอย่างแน่นอน

แหล่งข้อมูล:

กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี และณัฐพล เลิศศรีมงคล ,หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,885 วันที่  6-9 ตุลาคม  พ.ศ. 2556,http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=201655%3A2013-10-04-08-22-26&catid=107%3A2009-02-08-11-34-25&Itemid=456


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s