วันหยุดกับการเริ่มต้น

รูปเทพเจนัส จาก http://www.rense.com/general92/janus.htm

วันหยุดกับการเริ่มต้น โดย นิ้วกลม

คิดว่า สิ่งที่ให้ทำผู้คนมีความสุขในช่วงปีใหม่ไม่ใช่ “วันหยุด” หรือ “การได้หยุด” แต่เป็นเพราะ เมื่อได้หยุดแล้วก็ใช้เวลาไปกับสิ่งที่อยากทำ สิ่งที่ชอบ ใช้เวลากับคนที่เราอยากอยู่ด้วย

รวมถึงได้ใช้เวลา “สะสาง” สิ่งที่ค้างคาและรกรุงรัง อาทิ การจัดห้อง จัดบ้าน จัดชั้นหนังสือ ไล่เลยไปถึงการจัดการชีวิตตัวเอง การนั่งทบทวนเรื่องที่ผ่านมาในชีวิต การวางแผนว่าจะดำเนินชีวิตยังไงต่อไป การทดความฝันใหม่ๆ ใส่สมอง การฮึดอยากลองทำสิ่งที่ไม่สำเร็จอีกสักตั้งในปีหน้า

“ช่วงปีใหม่” จึงมอบสองสิ่งซึ่งในช่วงเวลาปกติเราไม่ค่อยมี
สิ่งหนึ่งคือ เวลาว่าง
สิ่งหนึ่งคือ ความรู้สึกว่า กำลังจะได้เริ่มต้นใหม่

“การขึ้นปีใหม่” ให้ความรู้สึกเหมือนได้เปิดหน้าสมุดบันทึกเล่มใหม่ ยังมีอีกหลายหน้า ยังมีเวลาอีก 365 วัน สิ่งที่ทำได้ยาก สิ่งที่ล้มเหลว สิ่งที่ยังไม่สำเร็จ ยังมีเวลาอีกมากสำหรับความพยายามและความตั้งใจ

“ปีใหม่” จึงให้ความสุขกับผู้คน ทั้งในแง่ของได้ใช้เวลาทำในสิ่งที่ต้องการ มีเวลาใคร่ครวญและจัดการวางแผน นอกจากนั้น “ปีใหม่” ยังได้มอบ “ความหวัง” ว่าปีหน้าจะดีกว่าปีนี้ให้กับเราอีกด้วย

จะว่าไป ปีใหม่นั้นเป็นสิ่งสมมุติ แต่ความสุขที่เกิดขึ้นจากสิ่งสมมุติอย่างปีใหม่นั้นกลับไม่ใช่สิ่งสมมุติ

การ “หยุด” จึงน่าสนใจ

เมื่อทุกสิ่งไหลต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะ .pause. เราจะรู้สึกว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดิม สิ่งที่อยู่ด้วยมานาน สิ่งที่ต้องเป็นแบบนั้น ไม่รู้สึกว่าเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้

ชีวิตที่ไหลต่อเนื่องก็เป็นเช่นนั้น

ช่องว่างของเนื้อเพลงทำให้รู้สึกถึง “ท่อนใหม่” จุดสิ้นสุดในแต่ละบทของนวนิยายทำให้รู้สึกถึง “บทใหม่” การทิ้งใบของต้นไม้ในฤดูหนาว ทำให้รู้สึกถึง “ชีวิตใหม่” เพื่อเห็นใบไม้ผลิ ทั้งที่มันก็เป็นต้นไม้ต้นเดิม

การได้หยุดบ้างจึงเปิดโอกาสให้เรารู้สึกว่า สิ่งเก่ากำลังจะผ่านไป สิ่งใหม่กำลังจะเข้ามา ทำให้เราปล่อยวางอดีต และวางแผนอนาคต

การปล่อยวางอดีตมีทั้งสองแง่มุม ปล่อยวางจากความล้มเหลวหรือผิดหวังที่ติดตามข้ามวันข้ามคืนอยู่ในสมอง ทั้งที่เหตุการณ์นั้นสิ้นสุดไปแล้ว ปล่อยวางจากความสำเร็จหรือสมหวังที่ทำให้เราลุ่มหลงว่าตัวเองเก่ง ภูมิใจกับตัวเองนานเกินควร ทั้งที่เหตุการณ์นั้นผ่านเลยไปแล้วเช่นกัน

หยุดเสียใจ หยุดดีใจ แล้วเริ่มต้นใหม่เสียที

เมื่อวางอดีตทั้งดี-ร้าย “หยุด” หนึ่งจังหวะ เราก็จะเริ่มมองเห็น “ช่องว่าง” และ “พื้นที่ว่าง” สำหรับจินตนาการถึงอนาคตที่อยากสร้างสรรค์ขึ้นมา

ในแง่นี้ การปล่อยชีวิตให้ไหลไปเรื่อยๆ แบบไม่มีหยุดจึงไม่ต่างอะไรกับสายน้ำที่ไหลต่อเนื่อง ปะปนไปด้วยสิ่งปฏิกูล ดอกไม้งามที่ร่วงหล่นลงมา แต่เมื่อเวลาผ่านก็เริ่มเปื่อยเน่า ที่สะสมต่อเนื่องมาจากทางผ่านอันยาวไกล จนไม่เหลือ “ความใส” ให้มองเห็นอะไรได้ชัดเจนอีกต่อไป

การ “หยุด” กับความรู้สึก “เริ่มต้นใหม่” จึงเหมือนเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

เพราะหากไม่มีการ “หยุด” ก็จะไม่มีการ “เริ่มต้นใหม่”

คำถามก็คือ เราสามารถจัดจังหวะ “หยุด” ในระหว่าง 365 วันในหนึ่งปีได้โดยไม่ต้องรอ “ปีใหม่” ได้เองไหม เราสามารถกำหนดจังหวะ “pause” ให้กับเพลงชีวิตที่บรรเลงต่อเนื่องจนเหนื่อยที่จะฟัง ให้กับตัวเองได้บ้างไหม

“หยุด” ซึ่งไม่ได้หมายถึง “วันหยุดยาว” เสมอไป มันอาจเป็นหนึ่งวัน (หรือหนึ่งชั่วโมง) ที่ไม่ต้องทำอะไร ใช้เวลากับการ “หยุด” จริงๆ ทำในสิ่งที่อยากทำ ทบทวนและวางแผน ปล่อยวางสิ่งที่ผ่านมาทั้งดี-ร้าย เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น เป็นการ “หยุด” เพื่อทบทวนสิ่งที่อยู่ “ภายใน” ซึ่งต่างจากการใช้ “วันหยุด” ไปกับการ “ออกไปข้างนอก” ซึ่งทำให้กระแสน้ำนั้นสะสมสิ่งดีร้ายแล้วไหลต่อเนื่องไม่รู้จบ

แทนที่จะมีช่วงหยุดทุกสิ้นปี
เราอาจทำแบบนี้ได้ทุกสิ้นเดือน
ทุกสิ้นสัปดาห์
ทุกสิ้นวัน

“หยุด” เพื่อรู้สึกถึง “เดือนใหม่”
“หยุด” เพื่อรู้สึกถึง “สัปดาห์ใหม่”
“หยุด” เพื่อรู้สึกถึง “วันใหม่”

การ “หยุด” ให้ความรู้สึกของการ “เริ่มต้นใหม่” และ “การเริ่มต้นใหม่” นั้นให้ความรู้สึกท้าทายและเต็มไปด้วยความหวัง คล้ายความรู้สึกของการได้ตื่นขึ้นมาเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ในเช้าวันใหม่

คงน่าเสียดาย ถ้าเราจะมีความรู้สึกแบบนี้ แค่ปีละครั้ง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s