มหาเศรษฐีขี้ไม่เหนียว

รูปมาจาก: http://www.debtsavingsfreedom.com/wp-content/uploads/2013/08/Become-A-Millionaire.jpg

 เทคโนโลยีสร้างมหาเศรษฐีได้เร็วมาก ในระบบตลาดเสรี ผู้เป็นเจ้าของ หรือเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีพร้อมกับมีความสามารถทางด้านประกอบการจะสร้าง ความร่ำรวยได้แบบทันตาเห็น ยิ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โอกาสจะยิ่งมาก เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง ตัวอย่างในอเมริกาล่าสุดคงได้แก่ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ใช้เทคโนโลยีร่วมสมัยสร้างสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กจนเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน ดอลลาร์ตั้งแต่วัยเบญจเพส บิลล์ เกตส์ ก็เช่นกัน 

นอกจากนั้น ระบบตลาดเสรีขนาดใหญ่ยังให้โอกาสสูงแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนผู้มีสายตากว้างไกลในการสร้างตัวอีกด้วย แม้เขาจะไม่เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีก็ตาม ตัวอย่างที่โดดเด่นอาจเป็นนักลงทุนและเก็งกำไรรุ่นลายครามจำพวก วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ จอร์จ โซรอส

เรื่องราวของมหาเศรษฐีเหล่านี้มีปรากฏใน สื่อใหญ่ ๆ แทบเป็นรายวัน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์มีเรื่องโดดเด่นเรื่องหนึ่งซึ่งปรากฏในนิตยสาร “จดหมายเหตุการกุศล” (The Chronicle of Philanthropy) นิตยสารนั้นได้ประกาศรายชื่อของ ชาวอเมริกันที่บริจาคทรัพย์สินเพื่อการกุศลมากที่สุดในปี 2556

รูปมาจาก: http://s3.amazonaws.com/kidzworld_photo/images/20121022/119f456c-cd47-49e0-9e6b-364c55f488c6/gallery_MARK%20ZUCKERBERG-GALLERY1.jpg

ตามธรรมดา รายชื่อเดิม ๆ มักจะปรากฏ เมื่อปีที่ผ่านมาก็เช่นกัน อย่างไรก็ดี คราวนี้ผู้บริจาคมากที่สุด ได้แก่ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งสร้างความฉงนใจไม่น้อย เพราะเขาอายุเพียง 29 ปี และบริจาคทรัพย์สินที่มีมูลค่าถึงกว่า 992 ล้านดอลลาร์ให้แก่มูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ชื่อ Silicon Valley Community Foundation

สำหรับผู้ที่ติดตามความเป็นมาของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เรื่องดังกล่าวคงไม่สร้างความฉงนใจด้วยปัจจัย 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือในเบื้องแรก เขาถือหุ้นของบริษัทเฟซบุ๊กอยู่ถึง 28 เปอร์เซ็นต์ 

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ หุ้นของบริษัทนั้นมีมูลค่ากว่า 1.34 แสนล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่า ทรัพย์สินของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มีมูลค่ากว่า 37,500 ล้านดอลลาร์ ทรัพย์สินนี้ไม่รวมอย่างอื่นเขาน่าจะมีอีกมาก เนื่องจากตอนบริษัทเฟซบุ๊กเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อสองปีที่ผ่านมา เขาขายหุ้นไปส่วนหนึ่ง ซึ่งได้เงินถึง 1.15 พันล้านดอลลาร์

อีกประการหนึ่ง การบริจาคทรัพย์ก้อนใหญ่ ๆ มิใช่ของใหม่สำหรับมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ย้อนไปเมื่อปี 2553 เขาบริจาค 100 ล้านดอลลาร์ให้แก่เมืองเนวาร์คในรัฐนิวเจอร์ซีเพื่อนำไปใช้ในด้านการศึกษา ต่อมาเมื่อปี 2555 เขาบริจาคให้มูลนิธิ Silicon Valley CommunityFoundation 500 ล้านดอลลาร์ 

ยิ่งกว่านั้น มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรชื่อ Givingpledge อีกด้วย องค์กรนี้ก่อตั้งโดยอภิมหาเศรษฐีบิลล์ เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ เมื่อปี 2553 ตอนนี้มีมหาเศรษฐีสมัครเป็นสมาชิก 122 คน/ครอบครัวแล้ว ผู้ที่จะเป็นสมาชิกได้จะต้องให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนว่าจะบริจาคอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของทรัพย์สินของตนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ การบริจาคจะทำในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ หรือเมื่อถึงแก่กรรมก็ได้ สมาชิกส่วนใหญ่มักเริ่มบริจาคตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งบิลล์ เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้บริจาคทรัพย์สินไปจำนวนมากแล้ว

รูปมาจาก: http://www.aim.org/wp-content/uploads/2013/10/bill-gates.jpg

อาจเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าตอนนี้บิลล์ เกตส์ อายุ 58 ปี และร่ำรวยจากการก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เขาได้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลขึ้นมาเมื่ออายุ 42 ปี ซึ่งนับว่าอยู่ในวัยกลางคน และบริจาคทรัพย์สินให้มูลนิธินั้นเรื่อยมาจนในขณะนี้ มูลนิธิมีทรัพย์สินอยู่กว่า 38,000 ล้านดอลลาร์แล้ว

ทุกปีมูลนิธินั้นจะบริจาคเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้แก่โครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วโลก เมื่อปีที่แล้ว บิลล์ เกตส์ บริจาค 181 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่มากนักหากเทียบกับปีก่อน ๆ

รูปมาจาก: http://www.gobankingrates.com/system/uploads/Warren-Buffett-21.jpg

ทางด้าน วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งตอนนี้อายุ 83 ปี และมีทรัพย์สินอยู่กว่า 58,000 ล้านดอลลาร์ จากการลงทุนในกิจการด้านต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน การลงทุนของเขาประสบความสำเร็จสูงมาก จนเขามักได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์แห่งการลงทุน ไม่มีรายงานว่าเขาบริจาคเท่าไร

ในปี 2556 แต่เมื่อปีก่อน เขาบริจาคกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ให้แก่มูลนิธิเพื่อการกุศลต่าง ๆ รวมทั้งมูลนิธิของบิลล์ เกตส์ ด้วย วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะบริจาค 99% ของทรัพย์สินเพื่อการกุศล และได้ทยอยบริจาคไปมากแล้ว ต่อไปเขาจะยกทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้มูลนิธิของบิลล์ เกตส์ นำไปบริหารจัดการเพื่อให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด

รูปมาจาก:http://greece.greekreporter.com/2014/01/21/george-soros-opens-solidarity-center-in-greece/

จอร์จ โซรอส อายุ 83 ปี เท่ากับวอร์เรน บัฟเฟตต์ และมักเป็นที่รู้จักตามสมญานามว่า พ่อมดการเงิน ทั้งนี้ เพราะเขาประสบความสำเร็จมานานในด้านการเก็งกำไร โดยใช้การโจมตีค่าเงินเป็นกลยุทธ์สำคัญ เขาไม่เว้นหน้าใคร แม้เงินตระกูลใหญ่ ๆ เช่นเงินปอนด์ของอังกฤษยังเคยถูกเขาโจมตีจนพ่ายแพ้ 

เขาอาจทำกำไรได้ครั้งละนับพันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตอนนี้เขามีหลักทรัพย์ราว 23,000 ล้านดอลลาร์ จอร์จ โซรอส เริ่มบริจาคทรัพย์สินเพื่อการกุศลเมื่อเขาอายุย่างเข้า 60 ปี มีรายงานว่าเขาบริจาคไปแล้วราว 8 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้ง 40 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่ผ่านมาด้วย

ผู้บริจาคทรัพย์สินจำนวนมากเพื่อ การกุศลเหล่านี้มีแรงบันดาลใจต่างกัน จำนวนมากเขียนไว้สั้น ๆ ในเว็บไซต์ขององค์กร Givingpledge ผู้สนใจอาจเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์ http://www.givingpledge.org จอร์จ โซรอส ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในองค์กรนี้ ผู้ที่สนใจในแนวคิดของเขาอาจไปอ่านหนังสือกว่า 10 เล่มที่เขาเขียนไว้ หากไม่มีเวลาอาจไปอ่านเรื่อง “มหาเศรษฐีขี้ไม่เหนียว” ซึ่งประกอบด้วยแนวคิดของมหาเศรษฐี 18 คน รวมทั้งบิลล์ เกตส์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ สตีฟ จ็อบส์ และเรื่อง “เสือ สิงห์ กระทิง แรด” ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของคลังเอกสารสาธารณะ http://www.openbase.in.th

เรื่องราวของมหาเศรษฐีเหล่านี้ยังมีอีกมาก ทุกคนมีเรื่องน่าสนใจให้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พวกเขาอยู่ในวัยเยาว์ วัยกลางคน หรือวัยชรา

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทั้งวอร์เรน บัฟเฟตต์ และจอร์จ โซรอส ยังไม่เกษียณจากงานเนื่องจากพวกเขาสนุกสนานกับการทำงาน เมื่อได้เงินมาก็หาความสุขให้ตัวเองบ้าง แต่ไม่มากนัก เนื่องจากโดยทั่วไปพวกเขาใช้ชีวิตค่อนข้างสมถะและบริจาคทรัพย์สินส่วนใหญ่ ให้แก่กิจการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

แหล่งข้อมูล:
ไสว บุญมา, เรื่องของมหาเศรษฐีที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ, http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1393309016


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s